สิบนาที กับ ละคร วันนี้

posted on 08 Sep 2010 22:24 by mygarlic

วันนี้ได้มีโอกาสดูละครแวปๆ แป๊บหนึ่ง เห็นแล้วอึดอัดขัดใจอย่างแรงงงงส์ กำลังล้างจานหันไปเจอฉากหนึ่งในโรงพยาบาล น่าจะเป็นห้องพักผู้ป่วยหรือห้องฉุกเฉินก็ไม่รู้ได้ แต่มีคุณหมอกำลังยืนดูคนไข้ที่นอนห่มผ้าโรงพยาบาลอยู่บนเตียง

คุณหมอหันมาพูดด้วยน้ำเสียงและแววตา ที่ไม่รู้เป็นเพราะว่าได้พบได้เจอกับเรื่องแบบนี้จนเป็นปกติธรรมดา หรือเป็นเพราะว่าคุณหมอไร้ซึงความรู้สึกกันแน่ ถึงได้ราบเรียบ เงียบเฉย เหมือนไม่ได้มีอะไรน่าวิตกกังวลใดๆ เลย ว่า

"ไปเอาเครื่องกระตุ้นหัวใจมา...ด่วน" แต่น้ำเสียงไม่ได้ด่วน รีบ หรืออะไรตามที่ได้บอกกล่าว

ภาพตัดไปที่ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลหญิงหรือว่านางพยาบาลก็ไม่อาจจะรู้แน่ชัดเพราะว่าใส่ผ้าคลุมศีรษะสีเขียวกำลังเข็นอะไรซักอย่างคลุมด้วยผ้าสีเขียวอีกเช่นกัน คาดเดาเอาว่าน่าจะเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ท่าทางเรื่อยๆ ไม่เร่งรีบนัก ผ่านนักแสดงสองคน ชายและหญิง นักแสดงชายใส่แว่นไม่แน่ชัดว่าแสดงเป็นอะไร(เพราะไม่เคยดูมาก่อน) เดินมาถามเจ้าหน้าที่ว่า

นักแสดงชายใส่แว่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล ปนห่วงใยในอาการของผู้ป่วยที่นอนอยู่ในฉากเมื่อสักครู่ ว่า ".....อาการเป็นอย่างไรบ้างครับ"

เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลที่ยังไม่ทราบแน่ชัดว่านางพยาบาลหรือเปล่าตอบไปด้วยน้ำเสียงปกติ ราบเรียบ "คุณหมอกำลังดูอาการอยู่ค่ะ" เฉยชาไม่แสดงอาการรีบร้อนแต่อย่างใด คงจะด้วยความที่เจอเหตุการณ์นี้ทุกวันจึงไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นหรือต้องรีบร้อนอะไร อาการเช่นกันกับคุณหมอ

นักแสดงหญิงที่คิดว่าคงแสดงเป็นแม่ เดินเข้ามาด้วยท่าทางร้อนรน ปนห่วงใยยิ่งกว่า พูดจาด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว สั่นรัว และดังราวกับจะประกาศให้ทั้งโรงพยาบาลล่วงรู้ ว่า "ลูกดิฉันต้องไม่เป็นอะไรนะคะ ทำยังไงก็ได้ ลูกดิฉันต้องไม่ตาย อย่าให้เค้าเป็นอะไร อย่าให้ลูกฉันตาย บอกคุณหมอว่า ลูกดิฉันต้องปลอดภัยนะคะ อย่าให้เค้าเป็นอะไร" พูดวนเวียนอยู่อย่างนั้น แล้วก็พากันยืนขวางทางรถเข็นอุปกรณ์การแพทย์ด้วยท่าทีที่ร้อนรน สีหน้าเป็นกังวลใจเป็นที่สุด 

ช่างต่างกันกับเจ้าหน้าที่หญิงที่ไม่มีทีท่าจะรีบไปแจ้งให้คุณหมอทราบตามที่คุณแม่ได้อุตส่าห์ขวางทางสั่งการอย่างใดเลย ช่างเป็นการแสดงที่เข้าถึงธรรมชาติของเหตุการณ์ได้ดีจริงๆ เพราะว่า เหตุการณ์จริงก็คงจะมีอารมณ์ที่สวนทางกันอย่างนี้ เจ้าหน้าที่เจอเรื่องแบบนี้ทุกวันย่อมไม่มีอาการกังวลใดๆ แต่กับนักแสดงแม่และนักแสดงชายไม่เคยเจอเรื่องราวร้ายแรงอย่างนี้ในชีวิตมาก่อน ต้องใส่อารมณ์ให้เต็มที่ เค้นเสียงที่ห่วงใยออกมาให้มากที่สุด ระดมคำพูดเพื่อสื่อให้รู้ว่าเรารักลูกมากแค่ไหน ไม่ต้องการจะเสียลูกไป รวมทั้งสีหน้าและท่าทางต้องออกมาจากข้างใน ส่งพลังให้ถึงท่านผู้ชมทางบ้านให้รับรู้ให้มากที่สุด

ตัดกลับมาที่ท่านผู้ชมทางบ้านอย่างดิฉันที่ยืนล้างจานอยู่ในครัว หันไปดูแค่เพียงไม่ถึงสิบนาที ก็รู้สึกได้ในอารมณ์ละครว่า เออ...นะ ถ้าคุณไม่อยากให้ลูกตายแล้วทำไมมายืนขวางเค้าไว้แล้วประกาศอะไรๆ ออกไปมากมายยาวนานขนาดนี้ แล้วเจ้าหน้าที่โรงพบาลหรือนางพยาบาลอะไรนี่ทำไมไม่รีบไป มานั่งตอบคำถามและยืนฟังคำพูดอะไรวกวนพร่ำเพรื่อและให้เค้าขวางทางอยู่ได้ ช่างได้อารมณ์ละครซะจริง.......เฮอ...ล้างจานต่อดีกว่า.... จบ

edit @ 9 Sep 2010 10:09:05 by Garlic Gril

Comment

Comment:

Tweet

ละครไทยหรือไม่ก็ละครน้ำเน่ารึเปล่าค่ะ

ถ้าเป็นซีเอสไอหรือไม่ก็ลอว์แอนด์ออร์เดอร์

คุณแม่โดนเตะโด่งไปรอข้างนอกนู่นแล้ว

อย่าคิดมาก ล้างจานต่อดีกว่าค่ะ 55

#1 By Nicky on 2010-09-09 10:37